ธรรมชาติคืออะไร ? เป็นหนึ่งในคำถามที่อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ ได้ถามขึ้นกับพวกเราในวันอบรมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรในขณะนั้นพวกเราตอบกันไปต่างๆ นานา ตามที่ได้เรียนมาบ้าง ตามความทรงจำบ้าง หรือตามที่คิดบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับคำเอ่ยจากอาจารย์เลยว่าถูกหรือผิด
จนเมื่อพวกเราตอบกันเสร็จ รอยยิ้มละไมก็ปรากฎบนใบหน้าของอาจารย์พร้อมกับคำเฉลย
ธรรมชาติประกอบไปด้วย 2 คำ นั่นคือ ธรรมะ กับ ชาตะ ธรรมะ คือความจริง คือสิ่งที่ปรากฏจับต้องได้ รับรู้ได้ อย่างที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงตรัสรู้ และนำมาสั่งสอนพวกเราก็คือการรู้ซึ่งความจริง ก็คือ ธรรมะ ส่วนชาตะคือ การเกิด ซึ่งเป็นวัฏจักร เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับ มีตาย ใบไม้ก็ต้องร่วงนั่นคือวัฏจักร ดังนั้นธรรมชาติก็คือ วิถีหรือวัฏจักรของความจริงที่เกิดขึ้น
นั่นเป็นครั้งแรกของพวกเราหลายคน ที่ได้ทราบความหมายที่แท้จริงของคำว่า ธรรมชาติ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้เกษียณอายุมาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ท่านก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่ห้องพักอาจารย์ที่ภาควิชาพฤกษศาสตร์มาโดยตลอด และเป็นที่ทราบกันดีในหมู่นิสิตเก่าคณะวิทยาศาสตร์ว่าอาจารย์ยงยุทธ มีวิธีสอนต่างกับอาจารย์ท่านอื่นๆ ในคณะ ด้วยการตั้งคำถามและปล่อยให้คิด พร้อมกับให้คำตอบที่นิสิตส่วนใหญ่นึกไม่ถึง
อาจารย์ได้ให้เหตุผลในการสอนของท่านว่า
แนวความคิดในการสอนมีพื้นฐานจากการ เรียนรู้โดยธรรมชาติของมนุษย์ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ที่เหนือกว่าสัตว์โลกชนิดอื่น คือเป็นสัตว์ที่ขี้สงสัย ความขี้สงสัยจะเห็นได้จากทุกครั้งที่มีการค้นคว้า หรือค้นพบจุดเริ่มต้นเกิดมาจากความขี้สงสัย จากจินตนาการเป็นหลัก เพราะฉะนั้นโดยวิธีการสอนของอาจารย์ก็คือวิธีธรรมชาติปกติ ที่ในธรรมชาติชีวิตทุกชนิดก็สอนกันอย่างนี้
ที่ไม่มีหนังสือเรียนในห้องเรียน เพราะว่าหนังสือคือเอกสารอ้างอิงว่าใครคิดเหมือนกับเราบ้าง เราคิดเหมือนกับใครบ้าง หนังสือไม่ใช่ต้นแบบของการเรียน แต่มันเป็นต้นแบบของการ “เลียน” ถ้าจะสอนให้เลียนแบบ เราก็ต้องเอาแบบของเขามา แล้วก็เลียนแบบตามเขาไป ซึ่งเราก็ไม่เป็นตัวของเราเอง แต่ถ้าหากว่าเราจะสอนให้เรียนรู้ เราก็ต้องสอนให้คิด เพราะว่าในกระบวนการทางสมองของเรา มันมีอยู่ 2 อย่างคือ ความคิดกับความจำ
"ความคิดเป็นตัวสร้างปัญญา ส่วนความจำสร้างความรู้ ซึ่งความรู้จะเป็นกรงขังปัญญา การสอนทุกวันนี้ ส่วนใหญ่สอนเพื่อให้ความรู้ นักเรียนก็ต้องใช้กระบวนการจำ จะได้จำความรู้ไว้ให้ได้ แต่อาจารย์ยงยุทธมักบอกว่าความรู้เรียนเองก็ได้ เป็นถึงมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐแล้ว ย่อมมีปัญญาที่จะเปิดอ่านเองได้แล้ว"
"ผมต้องการสร้างคน เราไม่ต้องการสร้างหุ่นยนต์ คนมีอารมณ์และวิเคราะห์เป็น มันไม่ได้เอาแค่ความจำอย่างเดียว แล้วก็ดึงเอาความจำกลับมาใช้เหมือนเดิม แต่หากเกิดปัญญาแล้วจึงเกิดความรู้แล้วความรู้จะดึงเข้าสู่กระบวนการจำ จากหน่วยความจำมันจะเอาจากหน่วยเนี้ย ขึ้นไปใช้อีกที แล้วไปวิเคราะห์ร่วม นั่นคือความสามารถของมนุษย์ พื้นฐานนี้นำสามารถเอาไปใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะว่าวิชาของผมสร้างความคิด"
ด้วยเหตุนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงได้เชิญอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ มาสร้างความคิดให้กับพวกเราอีกครั้ง ด้วยการ "คิด" ไปกับภาพยนต์เหนือจิตนาการ Avatar: อวตาร ในงาน 20 วัน 20 ปี สืบ นาคะเสถียร วันที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 18.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
โดยในการพูดคุยครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถามและพูดคุยกับอาจารย์อย่างเต็มที่
ติดตามรายละเอียดงาน 20 วัน 20 ปี สืบ นาคะเสถียรได้ที่ http://www.seub.or.th/seub2010







คอมเมนต์
วันที่ 4 ก.ย.53 ไปอยู่แล้วค๊าาา าาาา
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds