• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก ห้องสมุด สัตว์ป่า ช้างป่า... สัตว์ใหญ่ ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์

ช้างป่า... สัตว์ใหญ่ ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์

อีเมล พิมพ์ PDF
news_01_01_eleช้าง เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  มี 2 สายพันธุ์คือ ช้างอาฟริกา และช้างเอเชีย ช้างในประเทศไทย เป็นช้างเอเชีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elephas maximus โดยมีการจัดลำดับทางอนุกรมวิธานดังนี้

Kingdom: Animalia
Phylum : Chordata
Class : Mammalia
Oder : Probosidea
Family : Elephantidae
Genus : Elephas
Species : Elephas maximus

ช้างเอเชียพบมากที่อินเดีย พม่า ไทย คาบสมุทรอินโดจีน  เกาะต่างๆ เกาะสุมาตรา  เกาะบอร์เนียว มาเลเซีย   

ช้างไม่มีฤดูผสมพันธุ์ ส่วนใหญ่แล้วแต่การติดสัดของตัวเมีย ช้างตกลูกครั้งละ 1 ตัว โดยระยะเวลาตั้งครรภ์ประมาณ 20 เดือน อาจะมากน้อยกว่านี้แล้วแต่ปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพและความเครียดของแม่ช้าง เป็นต้น   ลูกช้างแรกคลอดมีน้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัม และสูงประมาณ 90-100 เซนติเมตร  เมื่ออายุประมาณ 12-15 ปี ก็สามารถสืบพันธุ์ได้ และร่างกายหยุดเจริญเติบโตเมื่อมีอายุประมาณ 25 ปี  หลังจากตัวเมียคลอดลูกแล้วประมาณ 8 - 10 เดือนก็จะสามารถตั้งท้องใหม่ได้

ช้างมีอายุเฉลี่ยประมาณ 60-70 ปี และอาจมากกว่านั้นหากไม่มีอุบัติเหตุหรือโรคภัย  ช้างตัวเต็มวัยสูงประมาณ 2.5-3 เมตร และมีน้ำหนักตัวถึง 2,000 กิโลกรัม ตัวเมีย(ช้างพัง)ไม่มีงา ส่วนตัวผู้จะมีงาเพียงบางตัวเท่านั้น ช้างตัวผู้ที่มีงาเรียกว่า "ช้างพลาย" ส่วนช้างตัวผู้ที่ไม่มีงาเรียกว่า "ช้างสีดอ" ช้างสีดอบางตัวอาจพบว่ามีฟันหน้ายื่นออกมาเล็กน้อยแต่สั้นกว่าเรียกว่า "ขนาย"

อาหารทั่วไปของช้างคือใบพืช ต่างๆ รวมทั้งผลไม้ เพราะช้างเป็นสัตว์กินพืช (Herbivore) พืชที่พบว่าช้างกินมากที่สุดคือ ใบไผ่และยอดอ่อนของไผ่ โดยช้างจะใช้งวงรูดใบไผ่แล้วนำเข้าปาก นอกจากนี้ช้างยังกินเถาวัลย์ต่างๆ โดยการลอกกินแต่เปลือกจนเหลือแกนสีขาวข้างใน

นอกจากอาหารที่เป็นพืชแล้ว ช้างยังกินดินโป่งเพื่อเป็นการเติมแร่ธาตุให้กับร่างกาย  ช้างโตเต็มวัยแต่ละตัวจะต้องดื่มประมาณ 200 ลิตร และกินอาหารประมาณ 200 กิโลกรัมต่อวัน

news_01_02_ele


ช้างป่าอาศัยไม่เป็นหลัก แหล่ง โดยจะเปลี่ยนที่หาอาหารไปเรื่อยๆ เนื่องจากช้างกินอาหารมาก จึงทำให้พืชบริเวณที่หากินหมดไปอย่างรวดเร็ว ต้องหาแหล่งอาหารใหม่ตลอด แต่ช้างจะมีการจดจำถึงแหล่งอาหารเดิมได้ เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งช้างจะกลับมาหากินในบริเวณป่าแหล่งเดิม  วนเวียนสลับกันไปในแต่ละแหล่งอาหาร คล้ายกับการเดินเป็นวงกลมและกลับมาที่จุดเดิม   ดั้งนั้นพื้นที่หากินของช้างจึงเป็นบริเวณที่ไม่สามารถจำกัดได้ว่าต้องเป็น เนื้อที่เท่าไหร่ หากป่าผืนใดมีเนื้อที่กว้างใหญ่ก็จะอำนวยให้ช้างหากินได้ง่าย อาหารและแหล่งอาหารหลากหลาย ทำให้เพิ่มจำนวนได้รวดเร็วกว่าป่าที่มีเนื้อที่ขนาดเล็ก บางครั้งพบว่าในเวลา 1 วันช้างต้องเดินทางหาอาหารเป็นระยะทางไกลถึง 30 กิโลเมตร

ช้างป่า เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สามารถชีวัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าได้  เนื่องจากช้างกินอาหารเป็นปริมาณมาก หากป่าบริเวณใดพบว่ามีช้างอาศัยอยู่ ย่อมแสดงว่าที่นั่นมีอาหารอุดมสมบูรณ์และเพียงพอต่อการดำรงชีวิตของช้าง และเนื่องจากระบบการย่อยของช้างที่ไม่ดีนัก  จึงมักจะมีสัตว์เล็ก สัตว์น้อย คอยเดินตามคุ้ยเขี่ยหาเศษเมล็ดพืช  จากมูลช้าง  สัตว์บางชนิดเดินตามเส้นทางหากินของช้างเพื่อตามกินชิ้นส่วนของพืชที่ช้าง ฉีกทึ้ง ร่วงหล่น   หรือและเล็มหญ้าอ่อนที่งอกขึ้นมาในพื้นที่ที่ช้างเข้าไปเบิกทางหรือทำให้ราบ  

ผืนป่าตะวันตก ซึ่งมีพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันถึง 11.7 ล้านไร่ พบว่ามีช้างป่าอยู่ประมาณ 800 ตัว กลุ่มป่าโดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระที่ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ เอราวัณ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ถือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของช้างป่าประมาณ 170-200 ตัว เนื่องจากพื้นที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำแควใหญ่  มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เช่นป่าไผ่ในพที่ราบขนาดใหญ่บนหุบเขาหลายจุด เช่น ทุ่งสลักพระ ทุ่งนามอญ ทุ่งสว่าง และผืนป่าเตรียมผนวกเพิ่มของอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสิน  

news_01_03_ele


ป่าแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกอีกด้วย แต่ผลจากการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ การอพยพหนีน้ำมาตั้งชุมชนตลอดแนวลำน้ำแควใหญ่ และการอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนทางตอนบนของอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ทำให้สภาพพื้นที่ของกลุ่มป่าบริเวณนี้ถูกตัดขาดจากพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ในผืนป่าตะวันตก ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ ที่เคยอยู่อาศัย และใช้เส้นทางในการหากินไปมา และหลายจุดเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกันสัตว์ป่า

จากการร่วมมือระหว่างกรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินโครงการ "การจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก" เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทร่วมกับภาครัฐ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากการดำเนินงานได้เกิดผลเชิงรูปธรรมอย่างชัดเจนในพื้นที่ เช่น แนวเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์ของชุมชน  การจัดตั้งคณะกรรมการชุมชน กติกาชุมชน เพื่อดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ฯลฯ  ซึ่งผลจากการทำงานนี้จึงได้เกิดแนวทางร่วมกันของพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาช้าง ป่ากับชุมชน โดยนำข้อมูลแผนที่ที่มีการสำรวจร่วมกันมาพิจารณาแนวทางการเชื่อมต่อระบบ นิเวศ ระหว่างกลุ่มป่าสลักพระ กับพื้นที่มรดกโลก จึงได้มีการจัดทำโครงการเชื่อมระบบนิเวศผืนป่าเพื่ออนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่า ในผืนป่าตะวันตกขึ้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมผืนป่า  ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มพื้นที่อาศัยให้แก่ช้างและสัตว์ป่าในอนาคต
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/643026newshop01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/125570newshop02.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/673843newshop03.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/496798newshop04.jpg