ในขณะที่เครือข่ายภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก คือการสานเครือข่ายของชุมชนทั้งที่อยู่ในและนอกผืนป่าตะวันตก เกิดคณะกรรมการของชุมชน พร้อมทั้งกฎ กติกาในการดูแลรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง โดยมีเป้าหมายหนึ่งของการดูแลจัดการทรัพยากรคือ การส่งต่อทรัพยากรเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป การสร้างคนรุ่นต่อไปเพื่อให้พวกเขาเติบโตเพื่อมาสานต่องาน จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่ง ของเครือข่ายภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก ภายใต้ชื่อ “เครือข่ายเยาวชนภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก” ซึ่งในเวลานี้ ยังเป็นเพียงการเริ่มต้น
“ต้นกล้าน้อย” หนึ่งในเครือข่ายเยาวชนภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ อาทิ กลุ่มเยาวชนจากโรงเรียนหนองกองวิทยาคม โรงเรียนนาบ่อคำวิทยา และโรงเรียนกำแพงเพชรวิทยาคม ในจังหวัดกำแพงเพชร ที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้กันกว่าร้อยคน ร่วมกันสร้างเครือข่ายเยาวชนด้วยจิตอาสา อาศัยความเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องคอยเชื่อมร้อยกลุ่ม โดยมีการทำงานเพื่อสังคมและทรัพยากรของผู้ใหญ่เป็นแรงบันดาลใจ
น.ส.ศศิวรรณ ใจอาสา หรือ แป๊ก ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าน้อย ได้เล่าให้ฟังถึงการรวมกลุ่มของ “ต้นกล้าน้อย” ว่า ได้แบบอย่างมาจากการทำงานของบรรดาเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ทำงานเรื่องป่าในจังหวัดกำแพงเพชร จนเกิดคำถามในใจขึ้นว่า “เราจะรักษาป่าไว้ได้อย่างไร”
“เริ่มต้นมาจากการที่เราได้เห็นรูปแบบการทำงาน กระบวนการของผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับป่า ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า “เราจะรักษาป่าไว้ได้อย่างไร” แล้วในอนาคตผู้ใหญ่เขาไม่อยู่แล้วใครจะช่วยรักษาให้เรา เพราะฉะนั้นราเป็นตัวแทนเยาวชน ที่ต้องเติบโตและต้องดูแลประเทศนี้ต่อไป เราควรจะสร้างจิตสำนึกที่ตัวเยาวชน ให้รู้คุณค่า แล้วก็มาช่วยกันผลักดัน”
แป็กได้ชักชวนเพื่อนต่างโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน มารวมตัวกันพูดคุย ติดตามพี่ๆ จากมูลนิธิสืบ เข้าไปในพื้นที่ทำงานในวันหยุด เพื่อพูดคุยและศึกษาการทำงาน ดังนั้นกิจกรรมในช่วงแรกจึงมีป่าเป็นศูนย์กลางในการคิด และต่อยอดนำไปสู่การสร้างจิตอาสาและการทำงานเพื่อสังคม
“เราพยายามที่จะเชื่อมให้ชุมชนได้เห็นว่าเราทำอะไร แล้วพยายามปลุกกระแสจิตอาสาให้ชุมชน และน้องๆ ที่มาทำกิจกรรม ก็มีพื้นฐานจิตอาสา คือ อยากเข้ามาทำ” ประธานเครือข่ายบอก

กิจกรรมของกลุ่มต้นกล้าน้อย เกิดจากการให้โอกาสของหน่วยงานต่างๆ ส่วนใหญ่ที่ทำเป็นงานออกค่ายอาสา นำของไปบริจาคในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ มีโครงการธนาคารขยะของชุมชน ที่ได้รับโอกาสจากศูนย์พัฒนาชุมชนยื่นโครงการมาให้ ผลที่ออกมาถึงแม้ว่ายังไม่สำเร็จเต็มร้อย เนื่องจากมีเวลาในการทำกิจกรรมไม่มาก แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้กระตุ้นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบง่ายๆ ในเรื่องการรักษาภูมิทัศนของชุมชน
2 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ “ต้นกล้าน้อย” ได้หลุดออกจากถุงเพาะชำ ก็เริ่มขยายกิ่งก้านสาขาออกไปมากเกินวัย วันนี้กลุ่มมีสมาชิกสังกัดทั้งหมด 143 คน
สิ่งสำคัญที่ทำให้ “ต้นกล้าน้อย” สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นปึกแผ่นคือ อาศัยความเป็นพี่เป็นน้องกัน มีปัญหาอะไรก็จะพูดคุยกันเสมอ
“การอยู่แบบพี่แบบน้องความสัมพันธ์มันลึกซึ้ง อย่างน้องอาจจะเกิดความผิดพลาดหรือมีปัญหามา เราก็จะมานั่งคุยกันหาที่มาของปัญหา พอน้องมาเห็นแบบอย่างที่ดีๆ ก็เกิดจิตสำนึกที่จะทำดี ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกอันหนึ่ง”
ในวันที่ 13-15 มีนาคมนี้ กลุ่มต้นกล้าน้อยจะมีการสรุปบทเรียนการทำกิจกรรมของพวกเขาที่ผ่านมา เพื่อมองหาเป้าหมายของการก้าวเดินต่อไป
ตะวันฉาย หงส์วิลัย หัวหน้าภาคสนามจังหวัดนครสวรรค์-กำแพงเพชร ในฐานะพี่เลี้ยงของเยาวชนกลุ่มนี้ ได้พูดถึงเวที “สรุปบทเรียนเยาวชนต้นกล้าน้อย” ว่า เพื่อให้เด็กได้ทบทวนผลการทำงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งการก้าวไปข้างหน้าด้วย เนื่องจากเด็กรุ่นที่เป็นแกนนำในวันนี้จะต้องไปเรียนต่อระดับอุดมศึกษา และผู้ที่จะมาสานต่อจะทำยังไงต่อไป
“กลุ่มต้นกล้าน้อย เป็นพลังของเยาวชนที่จะขับเคลื่อนสังคม กระบวนการที่จะเกิดขึ้นจะทำให้เขาได้เห็นปัญหาของการทำงานที่ผ่านมา และในอนาคตจะต้องปรับตัวยังไง”
วันนี้ “ต้นกล้าน้อย” กำลังแผ่กิ่งก้านสำนึกรักษ์ทรัพยากร และพลังแห่งจิตอาสาให้เห็น และต่อไปต้นกล้ากลุ่มนี้จะกลายเป็นไม้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาป่าให้คงอยู่สืบต่อไป







คอมเมนต์
เยาวชนต้นกล้าน้ อย
สัญญาว่าเราจะรั กษาธรรมชาติที่ค งอยู่
ให้อยู่สืบต่อไป
เพื่อให้เยาวชนร ุ่นหลังๆได้เห็น ถึงความสวยงามขอ งธรรมชาติ
.......
ดีใจกับแนวร่วมท ุกคน ที่จะมาช่วยกันด ูแล แม่ พ่อ (ธรรมชาติ)ที่เห ลือน้อยเต็มที รวมถึงคนที่จะมี เวลาอยู่น้อยลงเ ช่นกัน ทุกคนที่มาในงาน กลุ่มต่างๆ เสมือนต้นกล้า คงจะทำเวลาที่เห ลืออยู่น้อย พอที่จะแก้ไขให้ กลับมามีความสุข กันอีกครั้งหนึ่ ง เช่น อดีตที่ผ่านมา
HAHA
นา นาพืชสัตว์ยังคง อยู่
คะ เค้กลิ่นคาวเลือ ดที่ราวป่า
เสถียร สถิดในใจเสมอ
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds