• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ หมอกควัน มหันตภัยของชาวเหนือ

หมอกควัน มหันตภัยของชาวเหนือ

อีเมล พิมพ์ PDF
mar_02_02_01ในช่วงปลายฤดูหนาวสู่ฤดูแล้ง ประมาณช่วงเดือนมีนาคม ถึง เมษายนของทุกปี ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง ต้องประสบกับปัญหาหมอกควัน และมลพิษในอากาศที่สูงมากกว่าปกติ เนื่องจากพื้นที่ชุมชนทางภาคเหนือส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ เป็นลักษณะแอ่งกระทะ ทำให้หมอกควันไม่สามารถกระจายตัวออกไปได้

โดยปกติหมอกควันและมลพิษทางอากาศจะลอยขึ้นไปในอากาศได้สูงประมาณ 3-5 กิโลเมตร แต่เมื่อมีภูเขาสูงกั้น และพื้นที่ชุมชน หรือเมืองมีลักษณะที่เป็นแอ่งกระทะ จึงทำให้หมอกควันและมลพิษสะสมในบรรยากาศเป็นปริมาณมากจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

นอกจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวจำกัดการกระจายของมลพิษแล้ว การเผาป่า และการเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง นับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาหมอกควันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ข้อมูลจากสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่าระบุว่าในปีงบประมาณ 2553 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 – 3 มีนาคม 2553) มีเหตุการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นถึง 1,550 ครั้ง สร้างความเสียหายกว่า 10,721 ไร่  

โดยในปีนี้ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติคือ เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยในจังหวัดเชียงใหม่ประชาชนที่อยู่ในตัวเมืองเริ่มไม่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของดอยสุเทพได้อย่างชัดเจน

อันตรายจากฝุ่นละอองหรือควันในอากาศ คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดอนุภาคน้องกว่า 10ไมครอนหรือ PM 10 โดยค่ามาตรฐาน PM10 กำหนดโดยกรมควบคุมมลพิษคือ ต้องมีค่าน้อยกว่า 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM10 มีค่าระหว่าง 120-130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ เด็ก สตรีมีครรค์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่หากมีค่ามากกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรจะทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ฝุ่นละออกขนาดเล็กจะเกาะตัวได้ในส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคือง และทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้นๆ เช่น เนื้อเยื่อปอด เกิดเป็นพังผืดหรือแผลในปอดได้ ทำให้การทำงานของปอดเสื่อม สามารถทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ถุงลมปอด เซลล์เม็ดเลือดแดงในปอด และทำให้ผู้ที่ป่วยอยู่แล้วมีอาการกำเริบทรุดหนักลง

สำหรับผู้ที่ต้องอยู่อาศัย หรือ ทำงานในบริเวณที่มีปริมาณหมอกควัน ควรป้องกันตัวเองโดยใช้หน้ากากอนามัย หรือผ้าทบกันหลายชั้น ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ควันหรือหมอกควันเข้ามาในอาคาร หากมีระบบกรองอากาศควรเปลี่ยนหรือล้างระบบกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

รับข่าวสาร



SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/112030hatt.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/812380caps.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/363754shirtseub.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593176405776star_tiger_01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/961108bags.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/323983nycards.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/765963wwatch.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/348428notebook.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/466998books.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/757449flower_01.jpg