• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ รู้จักแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกที่แม่วงก์

รู้จักแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกที่แม่วงก์

อีเมล พิมพ์ PDF
แมงมุมถือเป็นสัตว์ผู้ล่า (Predator) ที่มีความหลากหลายสูงที่สุดในระบบนิเวศ ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้วมากกว่า 46,000 ชนิด และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีจำนวนมากถึง 200,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้แมงมุมที่จัดได้ว่าเป็นแมงมุมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกคือ แมงมุมฝาปิดโบราณ (Liphistiidae, Mesothelae)
สายพันธุ์เก่าแก่เมื่อ 300 ล้านปีก่อน
แมงมุมฝาปิดโบราณ ถือได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต (Living fossil) เนื่องจากยังคงมีลักษณะหลายประการที่เหมือนกับบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายล้านปีก่อน เช่น การที่แผ่นปิดท้องยังไม่รวมเป็นแผ่นเดียว และการที่มีอวัยวะสร้างใย (Spinneret) อยู่กลางลำตัว ซึ่งลักษณะทั้ง 2 ประการนี้ไม่พบในแมงมุมกลุ่มอื่นๆ จากหลักฐานด้านบรรพชีวินวิทยาแสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษของแมงมุมฝาปิดโบราณอาจมีการถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน แมงมุมฝาปิดโบราณมีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ด้านตะวันออกของประเทศจีนและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น โดยในปัจจุบันมีรายงานการค้นพบแล้ว 96 ชนิด ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนแมงมุมทั้งหมด ที่สำคัญแมงมุมฝาปิดโบราณแต่ละชนิดมักเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่สามารถพบได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น
แมงมุมฝาปิดโบราณถือเป็นกลุ่มแมงมุมที่มีช่วงชีวิตยาว โดยแมงมุมเพศเมียอาจมีอายุได้ถึง 20 ปี แมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในรังเท่านั้น โดยการสร้างฝาปิด (Trapdoor) ขึ้นมาเพื่ออำพรางทางเข้าออกจากผู้ล่าและซุ่มดักจับเหยื่อ แมงมุมฝาปิดโบราณที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างเส้นใยลักษณะพิเศษคล้ายรัศมีไว้ใช้รับแรงสั่นสะเทือน (Signal lines) เพื่อช่วยในการล่าเหยื่อด้วย
พิษไม่เป็นอันตรายต่อคน
แมงมุมฝาปิดโบราณเหมือนกับแมงมุมส่วนใหญ่ที่มีการพัฒนาต่อมพิษ (Venom gland) ที่บริเวณเขี้ยว แต่อย่างไรก็ตามพิษของแมงมุมฝาปิดโบราณมีไว้เพื่อจัดการแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กที่เป็นเหยื่อของพวกมัน ดังนั้น พิษของแมงมุมโบราณจึงไม่ได้เป็นอันตรายกับมนุษย์
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 ถือได้ว่าเป็นแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดที่ 97 ของโลก และเป็นชนิดที่ 33 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย โดยแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้สามารถพบได้เฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ระดับความสูงกว่า 100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์จะทำรังอยู่พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาดินที่มีความชันสูง โดยขุดดินลึกไปประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร และจะชักใยบุผนังโพรงดำรงชีวิต นอกจากนี้ที่ปากทางเข้าออกจะมีการสร้างฝาปิดเพื่ออำพรางทางเข้าออก และมีการสร้างเส้นใยรัศมีเพื่อรับแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีเหยื่อมาสัมผัส ที่น่าสนใจคือแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์มีการสร้างรัง 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน คือ รังรูปแบบท่อตรง (Simple burrow) ที่มีเพียงทางเข้าออกเดียว และรังรูปแบบตัว T (T-shape burrow) ที่มีทางเข้าออก 2 ทาง โดยคาดว่าทางออกที่สร้างขึ้นมาทีหลังมีไว้สำหรับเป็นทางออกสำรองเพื่อหลบหนีจากผู้ล่า
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแม่วงก์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ภายในรัง ทำให้สามารถพบแมงมุมกลุ่มนี้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงเท่านั้น
การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นการย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ขนาดเล็ก ไม่เพียงแต่กลุ่มของแมงมุม แต่ยังรวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มอื่นๆ ที่มีบทบาทหน้าที่ต่างๆ กัน ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศให้ดำเนินไปอย่างสมดุล
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลก ดำเนินการวิจัยและสำรวจโดย ภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดยนายวรัตถ์ ศิวายพราหมณ์ นิสิตระดับปริญญาโท (สัตววิทยา) และดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Journal of Arachnology การตั้งชื่อให้กับแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้ว่า “แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์” หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และสำคัญต่อสัตว์ป่า
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์แมงมุมถือเป็นสัตว์ผู้ล่า (Predator) ที่มีความหลากหลายสูงที่สุดในระบบนิเวศ ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้วมากกว่า 46,000 ชนิด และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีจำนวนมากถึง 200,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้แมงมุมที่จัดได้ว่าเป็นแมงมุมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกคือ แมงมุมฝาปิดโบราณ (Liphistiidae, Mesothelae)

สายพันธุ์เก่าแก่เมื่อ 300 ล้านปีก่อน
แมงมุมฝาปิดโบราณ ถือได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต (Living fossil) เนื่องจากยังคงมีลักษณะหลายประการที่เหมือนกับบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายล้านปีก่อน เช่น การที่แผ่นปิดท้องยังไม่รวมเป็นแผ่นเดียว และการที่มีอวัยวะสร้างใย (Spinneret) อยู่กลางลำตัว ซึ่งลักษณะทั้ง 2 ประการนี้ไม่พบในแมงมุมกลุ่มอื่นๆ จากหลักฐานด้านบรรพชีวินวิทยาแสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษของแมงมุมฝาปิดโบราณอาจมีการถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน แมงมุมฝาปิดโบราณมีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ด้านตะวันออกของประเทศจีนและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น โดยในปัจจุบันมีรายงานการค้นพบแล้ว 96 ชนิด ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนแมงมุมทั้งหมด ที่สำคัญแมงมุมฝาปิดโบราณแต่ละชนิดมักเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่สามารถพบได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น

แมงมุมฝาปิดโบราณถือเป็นกลุ่มแมงมุมที่มีช่วงชีวิตยาว โดยแมงมุมเพศเมียอาจมีอายุได้ถึง 20 ปี แมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในรังเท่านั้น โดยการสร้างฝาปิด (Trapdoor) ขึ้นมาเพื่ออำพรางทางเข้าออกจากผู้ล่าและซุ่มดักจับเหยื่อ แมงมุมฝาปิดโบราณที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างเส้นใยลักษณะพิเศษคล้ายรัศมีไว้ใช้รับแรงสั่นสะเทือน (Signal lines) เพื่อช่วยในการล่าเหยื่อด้วย

พิษไม่เป็นอันตรายต่อคน
แมงมุมฝาปิดโบราณเหมือนกับแมงมุมส่วนใหญ่ที่มีการพัฒนาต่อมพิษ (Venom gland) ที่บริเวณเขี้ยว แต่อย่างไรก็ตามพิษของแมงมุมฝาปิดโบราณมีไว้เพื่อจัดการแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กที่เป็นเหยื่อของพวกมัน ดังนั้น พิษของแมงมุมโบราณจึงไม่ได้เป็นอันตรายกับมนุษย์

แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 ถือได้ว่าเป็นแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดที่ 97 ของโลก และเป็นชนิดที่ 33 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย โดยแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้สามารถพบได้เฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป
.
.

แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์
.
.
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์จะทำรังอยู่พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาดินที่มีความชันสูง โดยขุดดินลึกไปประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร และจะชักใยบุผนังโพรงดำรงชีวิต นอกจากนี้ที่ปากทางเข้าออกจะมีการสร้างฝาปิดเพื่ออำพรางทางเข้าออก และมีการสร้างเส้นใยรัศมีเพื่อรับแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีเหยื่อมาสัมผัส ที่น่าสนใจคือแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์มีการสร้างรัง 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน คือ รังรูปแบบท่อตรง (Simple burrow) ที่มีเพียงทางเข้าออกเดียว และรังรูปแบบตัว T (T-shape burrow) ที่มีทางเข้าออก 2 ทาง โดยคาดว่าทางออกที่สร้างขึ้นมาทีหลังมีไว้สำหรับเป็นทางออกสำรองเพื่อหลบหนีจากผู้ล่า
.
.

แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์
.
.
.
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแม่วงก์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ภายในรัง ทำให้สามารถพบแมงมุมกลุ่มนี้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงเท่านั้น

การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นการย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ขนาดเล็ก ไม่เพียงแต่กลุ่มของแมงมุม แต่ยังรวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มอื่นๆ ที่มีบทบาทหน้าที่ต่างๆ กัน ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศให้ดำเนินไปอย่างสมดุล

การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลก ดำเนินการวิจัยและสำรวจโดย ภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดยนายวรัตถ์ ศิวายพราหมณ์ นิสิตระดับปริญญาโท (สัตววิทยา) และดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Journal of Arachnology การตั้งชื่อให้กับแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้ว่า “แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์” หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และสำคัญต่อสัตว์ป่า
.

.
ข้อมูลจาก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรียบเรียง ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง