• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 7 ก้าวเล็กๆ ขององค์กร part 2

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 7 ก้าวเล็กๆ ขององค์กร part 2

อีเมล พิมพ์ PDF
ดังที่ได้เขียนไปตั้งแต่ตอนต้นว่าผู้เขียนเข้ามารับตำแหน่งประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรก็เพราะต้องการจะสืบสานเจตนารมณ์ของคุณสืบ หรือที่อาจจะคุ้นกันในคำง่ายๆ ว่า เป็นการ “ทำงานให้พี่สืบ” ซึ่งก็เช่นเดียวกับกรรมการ และเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำงานกับมูลนิธิฯ ในระยะเริ่มแรก ซึ่งแม้จะมีเพียงห้องสำนักงานเล็กๆ มีผู้จัดการสำนักงาน 1 คน กับเจ้าหน้าที่อีก 2 คน แต่ทุกคนต่างก็ทำงานอย่างมุ่งมั่นและเต็มความสามารถ
เดิมนั้นเมื่อไม่ได้มีเจ้าหน้าที่คนทำงานเป็นจำนวนมาก การทำงานจึงไม่ได้มีการแบ่งเป็นฝ่ายที่ชัดเจนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่จะทำงานกันตามวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ในตราสารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการทุกๆ คนในองค์กรก็จะรู้เท่าๆ กัน ประสานงานช่วยกันทั้งหมดหรือไม่เมื่อใครรับงานด้านไหนไปก็ต้องทำงานชิ้นนั้นจนสำเร็จลุล่วงให้ครบทุกขั้นตอน เช่นว่า ในวัตถุประสงค์เรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความรู้ ความคิดเห็นและการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่รับงานนี้ก็จะเป็นคนทำงานทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ศึกษาข้อมูลทางวิชาการ นำข้อมูลไปย่อยให้เข้าใจ ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบสื่อ และเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน
อย่างในปีแรกของการทำงาน นอกจากเรื่องของการดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร ตลอดจนงานช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตลอดจนสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกรวมเกือบ 20 กิจกรรมที่ดำเนินการในขวบปีแรกของการก่อตั้งองค์กร ซึ่งทุกงานก็สามารถดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ยกเว้นการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯ ที่ไม่อาจทำสำเร็จได้ภายในปีเดียวเพราะมีปัจจัยแวดล้อมมากมาย ทั้งเรื่องความยากลำบากของการขนย้ายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เข้าไปที่ห้วยขาแข้งซึ่งถนนหนทางยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ ตลอดจนเรื่องของฤดูกาลที่ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักไปบ้างในฤดูฝนที่น้ำในลำห้วยขึ้นสูงจนไม่สามารถข้ามไปได้
ขณะเดียวกันในเวลานั้น ทั้งสาธารณชนและสื่อมวลชนต่างก็จับตามองการทำงานของมูลนิธิกันเป็นพิเศษ ว่างานที่เข้ามาสานต่อเจตนารมณ์ของคุณสืบ นาคะเสถียร ได้คืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหน หรืออย่างงานก่อสร้างอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็เป็นอีกเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนเป็นจำนวนมาก เพื่อต่างก็อยากเห็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณของสืบ นาคะเสถียร หากถามว่าสิ่งเหล่านี้ได้สร้างความกดดันให้คนทำงานหรือไม่ ? เมื่อถูกทักท้วงถามถึงความคืบหน้า หรือทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้เกิดขึ้นบ้างไหม ก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่รู้สึกกดดันหรือท้อถอยเลย
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหัวใจของคนทำงาน คือ ทำงานที่เป็นของเรา และทำให้สุดกำลัง ไม่หวังจะมีชื่อเสียง เพียงแต่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ทำให้เสร็จ และเกิดประโยชน์ต่อผืนป่าและสัตว์ป่าให้มากที่สุด
แม้บทนี้จะบอกว่าเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ขอเสริมว่าเป็นก้าวที่หนักแน่นและมั่นคง และก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่จนถึงทุกวันนี้
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรดังที่ได้เขียนไปตั้งแต่ตอนต้นว่าผู้เขียนเข้ามารับตำแหน่งประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรก็เพราะต้องการจะสืบสานเจตนารมณ์ของคุณสืบ หรือที่อาจจะคุ้นกันในคำง่ายๆ ว่า เป็นการ “ทำงานให้พี่สืบ” ซึ่งก็เช่นเดียวกับกรรมการ และเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำงานกับมูลนิธิฯ ในระยะเริ่มแรก ซึ่งแม้จะมีเพียงห้องสำนักงานเล็กๆ มีผู้จัดการสำนักงาน 1 คน กับเจ้าหน้าที่อีก 2 คน แต่ทุกคนต่างก็ทำงานอย่างมุ่งมั่นและเต็มความสามารถ

เดิมนั้นเมื่อไม่ได้มีเจ้าหน้าที่คนทำงานเป็นจำนวนมาก การทำงานจึงไม่ได้มีการแบ่งเป็นฝ่ายที่ชัดเจนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่จะทำงานกันตามวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ในตราสารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการทุกๆ คนในองค์กรก็จะรู้เท่าๆ กัน ประสานงานช่วยกันทั้งหมดหรือไม่เมื่อใครรับงานด้านไหนไปก็ต้องทำงานชิ้นนั้นจนสำเร็จลุล่วงให้ครบทุกขั้นตอน เช่นว่า ในวัตถุประสงค์เรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความรู้ ความคิดเห็นและการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ที่รับงานนี้ก็จะเป็นคนทำงานทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ศึกษาข้อมูลทางวิชาการ นำข้อมูลไปย่อยให้เข้าใจ ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบสื่อ และเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน

อย่างในปีแรกของการทำงาน นอกจากเรื่องของการดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร ตลอดจนงานช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตลอดจนสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกรวมเกือบ 20 กิจกรรมที่ดำเนินการในขวบปีแรกของการก่อตั้งองค์กร ซึ่งทุกงานก็สามารถดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ยกเว้นการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯ ที่ไม่อาจทำสำเร็จได้ภายในปีเดียวเพราะมีปัจจัยแวดล้อมมากมาย ทั้งเรื่องความยากลำบากของการขนย้ายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เข้าไปที่ห้วยขาแข้งซึ่งถนนหนทางยังไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ ตลอดจนเรื่องของฤดูกาลที่ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักไปบ้างในฤดูฝนที่น้ำในลำห้วยขึ้นสูงจนไม่สามารถข้ามไปได้

ขณะเดียวกันในเวลานั้น ทั้งสาธารณชนและสื่อมวลชนต่างก็จับตามองการทำงานของมูลนิธิกันเป็นพิเศษ ว่างานที่เข้ามาสานต่อเจตนารมณ์ของคุณสืบ นาคะเสถียร ได้คืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหน หรืออย่างงานก่อสร้างอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็เป็นอีกเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนเป็นจำนวนมาก เพื่อต่างก็อยากเห็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณของสืบ นาคะเสถียร หากถามว่าสิ่งเหล่านี้ได้สร้างความกดดันให้คนทำงานหรือไม่ ? เมื่อถูกทักท้วงถามถึงความคืบหน้า หรือทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้เกิดขึ้นบ้างไหม ก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่รู้สึกกดดันหรือท้อถอยเลย

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหัวใจของคนทำงาน คือ ทำงานที่เป็นของเรา และทำให้สุดกำลัง ไม่หวังจะมีชื่อเสียง เพียงแต่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ทำให้เสร็จ และเกิดประโยชน์ต่อผืนป่าและสัตว์ป่าให้มากที่สุด

แม้บทนี้จะบอกว่าเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ขอเสริมว่าเป็นก้าวที่หนักแน่นและมั่นคง และก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่จนถึงทุกวันนี้


ผู้เขียน รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร