• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่

ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่

อีเมล พิมพ์ PDF
เรื่องสิ่งแวดล้อมควรเป็นอย่างไร? ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้จัดงาน “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งส่วนหนึ่งภายในงานได้จัดเวทีการสัมนาในหัวข้อ “ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่ หัวใจของการพัฒนาสู่ความผาสุกและยั่งยืน" ซึ่งเป็นเวทีในมุมมองการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมและรอบด้าน เพื่อเสนอทางเลือกในการปฎิรูปสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างดีที่สุด โดยมีผู้ทรงคุณวุติจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมการสัมนาในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว
ดร.บัณฑูร เศรษศิโรศน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุติสมัชชาองค์กรเอกชนฯ พูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า สิ่งสำคัญคือต้องมีความโปร่งใสและความถูกต้อง รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารการประเมินการตรวจสอบและการฟ้องร้องคดีที่สามารถทำได้ การแก้ไขตัวกฎหมายบางตัวที่อาจจะยังมีข้อบกพร่อง และเอื้อต่อการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติไม่ว่าจะทะเล ป่า แม่น้ำ ที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์จากเอกชน ซึ่งออกใบอนุญาติจากภาครัฐ ทั้งนี้ยังต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมจากกาสำรวจการเสนอหรือลงประชามติ อีกทั้งภาครัฐต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมนี้ให้เป็นจริงด้วย
นางรตยา จันเทียร ประธาณมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เกริ่นในเรื่องงานอนุรักษ์ของมูลนิธิฯ ที่มีต้นแบบการทำงานมาจากคุณสืบ นาคะเสถียร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม จริยธรรม และในงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในประเด็นเรื่องที่อยากให้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญใหม่คือ อยากให้ทรัพยากรทุกอย่างในประเทศเป็นของส่วนรวมเป็นสมบัติของชาติ เรื่องกฎหมายการยึดครองที่ดินที่บางคนมีไว้ในครอบครองส่วนตัวถึง 600,000 ไร่ ควรต้องแก้ไขที่ตัวกฎหมาย เพราะการแบ่งพื้นที่ทำกินอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งการบริหารจัดการของแต่ละจังหวัด ควรจะต้องมีการจัดการเก็บข้อมูลในพื้นที่ ว่าแต่ละจังหวัดมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไร
นางเรวดี ประเสิรฐเจริญสุข เครือข่ายผู้หญิงเพื่อการปฏิรูป ได้กล่าวในการสัมนานี้ว่าปัจจุบันที่ดินส่วนใหญ่ในประเทศถูกครอบครองจากคนบางกลุ่มเพียง 30 เปอร์เซ็นเท่านั้น มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องจากบ้านเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เข้ามาทำงานในระบบโรงงานอุสาหกรรม เพราะไม่มีพื้นที่ทำกิน สิ่งที่อยากเห็นในรัฐธรรมนูญใหม่คือการที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมและสามารถกำหนดทิศทางได้ โดยการกำหนดพื้นที่นิเวศของแต่ละชุมชนเป็นที่ตั้ง ว่าจะใช้ประโยชน์ต่อทรัพยาธรรมชาติอย่างไร พื้นที่ไหนสามารถทำการเกษตรได้ พื้นที่ใดควรต้องอนุรักษ์ อีกทั้งโครงการที่มีขึ้นในแต่ละพื้นที่ ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้ อีกหนึ่งประเด็นคือการลงทุนในการบริหารจัดการทรัพยากรคนรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสานต่องานอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมัชชาองค์กรเอกชนฯ ได้พูดถึงในประเด็นรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมในแต่ละฉบับที่ผ่านมาว่า หากมองแล้วจะไม่มีข้อแตกต่างกันมากนัก สิ่งที่สำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายให้ได้อย่างจริงจัง หากมีกฎหมายแล้วบังคับใช้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ รวมไปถึงรัฐธรรมนูญใหม่ที่ต้องให้ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิในทรัพยากรทางธรรมชาติ ใช่เพียงกลุ่มบุคคลใดกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อโครงการแต่ละโครงการในพื้นที่ของตน รวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานราชการ ต่อตัวโครงการหรืองบประมาณที่ต้องไม่ล่าช้าเหมือนก่อน เพราะว่าแต่ละในโครงการที่สร้างขึ้นมานั้นเป็นเงินภาษีของประชาชน และมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้สิทธิมนุษยชนที่พึ่งมีคือประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม และยุติธรรมจากหน่วยงานจากภาครัฐ
รัฐธรรมนูญ สิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้จัดงาน “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งส่วนหนึ่งภายในงานได้จัดเวทีการสัมนาในหัวข้อ “ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่ หัวใจของการพัฒนาสู่ความผาสุกและยั่งยืน" ซึ่งเป็นเวทีในมุมมองการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมและรอบด้าน เพื่อเสนอทางเลือกในการปฎิรูปสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างดีที่สุด โดยมีผู้ทรงคุณวุติจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมการสัมนาในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว

ดร.บัณฑูร เศรษศิโรศน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุติสมัชชาองค์กรเอกชนฯ พูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า สิ่งสำคัญคือต้องมีความโปร่งใสและความถูกต้อง รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารการประเมินการตรวจสอบและการฟ้องร้องคดีที่สามารถทำได้ การแก้ไขตัวกฎหมายบางตัวที่อาจจะยังมีข้อบกพร่อง และเอื้อต่อการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติไม่ว่าจะทะเล ป่า แม่น้ำ ที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์จากเอกชน ซึ่งออกใบอนุญาติจากภาครัฐ ทั้งนี้ยังต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมจากกาสำรวจการเสนอหรือลงประชามติ อีกทั้งภาครัฐต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมนี้ให้เป็นจริงด้วย

บัณฑูร เศรษศิโรจน์

นางรตยา จันทรเทียร ประธาณมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เกริ่นในเรื่องงานอนุรักษ์ของมูลนิธิฯ ที่มีต้นแบบการทำงานมาจากคุณสืบ นาคะเสถียร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม จริยธรรม และในงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในประเด็นเรื่องที่อยากให้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญใหม่คือ อยากให้ทรัพยากรทุกอย่างในประเทศเป็นของส่วนรวมเป็นสมบัติของชาติ เรื่องกฎหมายการยึดครองที่ดินที่บางคนมีไว้ในครอบครองส่วนตัวถึง 600,000 ไร่ ควรต้องแก้ไขที่ตัวกฎหมาย เพราะการแบ่งพื้นที่ทำกินอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งการบริหารจัดการของแต่ละจังหวัด ควรจะต้องมีการจัดการเก็บข้อมูลในพื้นที่ ว่าแต่ละจังหวัดมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไร

รตยา จันทรเทียร

นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข เครือข่ายผู้หญิงเพื่อการปฏิรูป ได้กล่าวในการสัมนานี้ว่าปัจจุบันที่ดินส่วนใหญ่ในประเทศถูกครอบครองจากคนบางกลุ่มเพียง 30 เปอร์เซ็นเท่านั้น มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องจากบ้านเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เข้ามาทำงานในระบบโรงงานอุสาหกรรม เพราะไม่มีพื้นที่ทำกิน สิ่งที่อยากเห็นในรัฐธรรมนูญใหม่คือการที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมและสามารถกำหนดทิศทางได้ โดยการกำหนดพื้นที่นิเวศของแต่ละชุมชนเป็นที่ตั้ง ว่าจะใช้ประโยชน์ต่อทรัพยาธรรมชาติอย่างไร พื้นที่ไหนสามารถทำการเกษตรได้ พื้นที่ใดควรต้องอนุรักษ์ อีกทั้งโครงการที่มีขึ้นในแต่ละพื้นที่ ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้ อีกหนึ่งประเด็นคือการลงทุนในการบริหารจัดการทรัพยากรคนรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสานต่องานอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

เรวดี ประเสริฐเจริญสุข

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมัชชาองค์กรเอกชนฯ ได้พูดถึงในประเด็นรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมในแต่ละฉบับที่ผ่านมาว่า หากมองแล้วจะไม่มีข้อแตกต่างกันมากนัก สิ่งที่สำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายให้ได้อย่างจริงจัง หากมีกฎหมายแล้วบังคับใช้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ รวมไปถึงรัฐธรรมนูญใหม่ที่ต้องให้ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิในทรัพยากรทางธรรมชาติ ใช่เพียงกลุ่มบุคคลใดกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อโครงการแต่ละโครงการในพื้นที่ของตน รวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานราชการ ต่อตัวโครงการหรืองบประมาณที่ต้องไม่ล่าช้าเหมือนก่อน เพราะว่าแต่ละในโครงการที่สร้างขึ้นมานั้นเป็นเงินภาษีของประชาชน และมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้สิทธิมนุษยชนที่พึ่งมีคือประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม และยุติธรรมจากหน่วยงานจากภาครัฐ  

ศรีสุวรรณ จรรยา
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง