• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ สมุนไพรหรือยาพิษ ? ปัญหาเสพติดยาฆ่าแมลงในประเทศจีน

สมุนไพรหรือยาพิษ ? ปัญหาเสพติดยาฆ่าแมลงในประเทศจีน

อีเมล พิมพ์ PDF

ยาฆ่าแมลงตั้งแต่ปี .. 1995 ที่สถิติการใช้ยาฆ่าแมลงของจีนได้ทะลุ 1 ล้านตัน นับแต่นั้นเป็นต้นมาการใช้สารเคมีดังกล่าวก็เติบโตขึ้นราวปีละ 3% สะท้อนถึงภาคการเกษตรของจีนที่เสพติดยาฆ่าแมลง กระทั่งประเทศจีนขึ้นเป็นประเทศที่มีการใช้ยาฆ่าแมลงมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน

ปัญหาน้ำผิวดินปนเปื้อนสารเคมี การลดลงของปริมาณผลผลิตจากการประมง รวมทั้งการลดลงของศัตรูพืชตามธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งของประเทศที่เสพติดยาฆ่าแมลง เพราะยาฆ่าแมลงที่ถูกใช้ราวปีละ 2 ล้านตันนั้น มีเพียง 30% ที่ทำงานได้ตรงเป้าประสงค์ ขณะที่กว่า 70% ตกค้างมายังดิน น้ำ และอากาศ


ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงที่ไม่ได้ดูดซับโดยพืชผลทางการเกษตร ตกค้างอยู่ในพื้นที่กว่า 10 – 13% ของประเทศจีน อีกทั้งสารตกค้างที่อยู่ในดินยังถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำสายหลักผ่านระบบชลประทานและน้ำฝน ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำ

‘กรีนพีซ’ องค์กรสากลด้านสิ่งแวดล้อมเล็งเห็นประเด็นปัญหาการใช้สารเคมีเกินขนาดในภาคเกษตรกรรมของจีน จึงได้ทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างสมุนไพรจีนเพื่อนำมาตรวจสอบหาสารตกค้าง ผ่านการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพรและการสัมภาษณ์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2012 ถึง เมษายน 2013

ตำรับยาพื้นบ้านของจีนนั้นมีประวัติศาสตร์และชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ยาดังกล่าวมักจะประกอบด้วยผลผลิตจากธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของพืชเป็นหลัก ด้วยชื่อเสียงของสมุนไพรจีนในระดับสากลทำให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตัวเลขของพันธุ์พืชที่เก็บเกี่ยวตามธรรมชาตินั้นลดลงอย่างน่าใจหาย ส่งผลให้ปัจจุบัน สมุนไพรจีนส่วนใหญ่ผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรมการเกษตร คุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิตจึงขึ้นอยู่กับกรอบปฏิบัติของภาคเกษตรกรรมของจีน

จากการสุ่มตรวจพบว่าสมุนไพร 48 ตัวอย่างจากทั้งหมด 65 ตัวอย่างมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงกว่า 51 ชนิด โดยมียาฆ่าแมลงผิดกฎหมายในประเทศจีน 6 ชนิดคือ Phorate, Carbofuran, Fipronil, Methamidophos, Aldicarb และ Ethopropos ถูกตรวจพบในสมุนไพร 26 ตัวอย่าง

การใช้ยาฆ่าแมลงนั้นเกิดจากอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้สารเคมีเข้มข้น เกษตรกรจะใช้ยาฆ่าแมลงตามประสบการณ์ที่เคยใช้หรือคำแนะนำของผู้ค้า และระหว่างฤดูกาลการผลิต เกษตรกรเหล่านั้นก็จะใช้ยาฆ่าแมลงโดยไม่คำนึงถึงปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม อีกทั้งยังไม่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีกเหตุปัจจัยหนึ่งคือคนกลางที่นำสินค้าเกษตรปนเปื้อนสารเคมีเข้าสู่ระบบการผลิต อุตสาหกรรมสมุนไพรจีนนั้นมีขนาดใหญ่แต่ฟาร์มสมุนไพรส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วแผ่นดินจีน และจากระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ยังไม่ได้มาตรฐานสากล ทำให้สมุนไพรปนเปื้อนเหล่านั้นสามารถส่งผ่านมายังชั้นวางสินค้าได้อย่างไม่ยากเย็น

แม้ปัจจุบัน องค์กร SFDA หรือ State Food & Drug Administration ได้มีการกำหนดกรอบการทำเกษตรกรรมสมุนไพรจีนที่ดี (Good Agricultural Practices for Chinese Medicine Production) ซึ่งกรอบดำเนินการดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงทดลอง โดยได้กำหนดมาตรฐานดินและระบบชลประทานสำหรับการปลูกพืชสมุนไพรจีน แต่สำหรับการใช้ยาฆ่าแมลง กรอบดังกล่าวก็ได้กำหนดกว้างๆว่า “หากจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง ก็ควรใช้ในระดับที่ต่ำที่สุด โดยให้ใช้ยาฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นพิษน้อย” ซึ่งข้อความดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง เพราะขาดเกณฑ์การประเมินและการตรวจสอบที่ชัดเจน

เราต่างทราบกันดีว่ารัฐบาลจีนนั้นเร่งเพิ่มกำลังการผลิตในทุกภาคส่วน ไม่ยกเว้นด้านการเกษตรที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร โดยอาจลืมนึกถึงการดำรงไว้ซึ่งความสมดุลของธรรมชาติ และผลการกระทำนี้เองที่กำลังจะย้อนมาทำร้ายทั้งประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศจีน

ยาฆ่าแมลง

ข้อมูลและภาพจาก Greenpeace
Chinese Herbs: Elixir of Health or Pesticides Cocktail?

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/643026newshop01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/125570newshop02.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/673843newshop03.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/496798newshop04.jpg